ถ้าเราจะนึกถึงประเทศเมียนมา เราจะนึกถึงอะไรกันบ้างคะ ?
ทานาคา หยก แม่น้ำอิรวดี ชาวมอญ ย่างกุ้ง หรือจะเป็นอย่างอื่นที่ทุกคนคิดกันอยู่ในใจ อย่างไรก็ตาม ไม่รู้ว่าเราจะคิดเหมือนกับทุกคนไหม เรากำลังคิิดถึงความเก่าแก่ โบราณคดี หรือเมืองโบราณ...ใช่แล้วค่ะ วันนี้เราจะมานำเสนอเรื่อง “มรดกโลกแห่งแรกในเมียนมา : เมืองโบราณแห่งอาณาจักรพยู” กันค่ะ
ทานาคา หยก แม่น้ำอิรวดี ชาวมอญ ย่างกุ้ง หรือจะเป็นอย่างอื่นที่ทุกคนคิดกันอยู่ในใจ อย่างไรก็ตาม ไม่รู้ว่าเราจะคิดเหมือนกับทุกคนไหม เรากำลังคิิดถึงความเก่าแก่ โบราณคดี หรือเมืองโบราณ...ใช่แล้วค่ะ วันนี้เราจะมานำเสนอเรื่อง “มรดกโลกแห่งแรกในเมียนมา : เมืองโบราณแห่งอาณาจักรพยู” กันค่ะ
“มรดกโลก” คำนี้ทุกคนคงพอเข้าใจกันบ้างแล้ว เพราะอาจเคยได้ยินกันอยู่บ้าง
“เมืองโบราณ” อาจจะได้ยินเสมอเวลาที่เราเรียนประวัติศาสตร์ หรือไปเที่ยวที่แหล่งโบราณคดีต่างๆ
“อาจาจักรพยู” … หืมมม อาณาจักร ก็น่าจะเป็นเขตแดนที่ถูกปกครองโดยประเทศหนึ่ง แต่คำว่า พยู …
“พยู” คำนี้ บางคนอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน พยูคือใครกันนะ ?
พยูที่หลายคนสงสัยนั่นก็คือ “ชาวพยู” นั่นเองค่ะ โดยพวกเขาเป็นชนชาติที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ก่อนชาวพม่าดั้งเดิม แต่นักวิชาการบางท่านก็บอกไว้ว่า “ชาวพยู เป็นชาวพม่าแท้จริง100เปอร์เซนต์!!!” โดยอาชีพหลักของชาวพยูก็คือ การทำเกษตรกรรม ด้วยความที่ดินในบริเวณที่ชาวพยูตั้งถิ่นฐานอยู่นั้น มีลักษณะเป็นที่ราบสูง (คล้ายๆกับภาคอีสานบ้านเรา) ถึงแม้จะมีแม่น้ำไหลผ่าน แต่ในหน้าร้อน ก็แห้งเหือดมากกกกก แต่ชาวพยูก็มีความสามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายได้ดี โดยการทำวิธีการผันน้ำ จากแม่น้ำอิรวดี และแม่น้ำสายรอง เข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำเกษตรกรรม และยังมีการขุดคูคลองรอบๆเมือง พร้อมอ่างเก็บน้ำ เพื่อไว้ใช้น้ำในยามหน้าแล้งนั่นเองค่ะ เรียกได้ว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริงเลยนะ
และหลังจากนั้นเองชาวพยูก็ร่วมกันสร้างอาณาจักรขนาดใหญ่ขึ้นมา มีชื่อว่า “อาณาจักรศรีเกษตร” ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ กินพื้นที่เกือบทั้งหมดของลุ่มน้ำอิรวดี โดยอาณาจักรศรีเกษตรนี้ ได้รับอิทธิพล ในเรื่องของภาษา ศิลปะ สถาปัตยกรรม และ พระพุทธศาสนามาจากประเทศอินเดีย โดยศูนย์กลางหลักของอาณาจักรนี้ ตั้งอยู่ที่เมือง “ศรีเกษตร” ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับอาณาจักร แน่นอนว่า ศรีเกษตร ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกล่าสุด เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ร่องรอยอารยธรรมบริเวณใกล้เคียงศรีเกษตร อย่างเมืองเบคถาโน และเมืองฮาลิน ซึ่งทั้ง 3 เมือง ได้ถูกผนึกรวมกันแล้วขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรกของเมียนมา ในชื่อ เมืองโบราณอาณาจักรพยู (Pyu Acient Cities)
แต่ในปัจจุบันนี้ ทั้งศรีเกษตร เบคถาโน และ ฮาลิน แทบจะไม่หลงเหลือความยิ่งใหญ่ ในแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ มีเพียงซากปรักหักพัง ของโบราณสถาน เพราะยังไม่มีการจัดการที่ดีพอ สิ่งที่หลงเหลืออยู่ คือเจดีย์ ซากเมืองโบราณ คูน้ำ กำแพงเมือง ที่แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต แต่ปัจจุบันนี้ แหล่งโบราณคดีเมืองเก่าของชาวพยู คงจะได้รับการดูแลที่ดีขึ้น จาก Unesco และประเทศพม่าเอง เพราะต่อไปนี้ เมืองโบราณแห่งนี้ ไม่ได้เป็นสมบัติของพม่าประเทศเดียวแล้ว แต่นับต่อจากนี้ เมืองเก่านับพันปีแห่งนี้ จะเป็นสมบัติของคนทั้งโลก ที่ต้องช่วยกันดูแลรักษาสืบต่อไป และแน่นอนว่าถ้าได้รับการยอมรับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว นักท่องเที่ยวก็ต้องมากขึ้นแน่นอนค่ะ
ที่มาของภาพ : http://gothailandgoasean.tourismthailand.org/wp-content/uploads/2017/01/word-image-32.jpeg
อ้างอิง
Asean Jurney. 2560. เที่ยวเมืองโบราณอาณาจักรพยู มรดกโลกแห่งแรกของพม่า. (ออนไลน์). แหล่งที่มา : http://gothailandgoasean.tourismthailand.org/th/เที่ยวเมืองโบราณอาณาจักรพยู-มรดกโลกแห่งแรกของพม่า/ 27 ตุลาคม 2560
Oporshady. 2560. เมืองโบราณอาณาจักรพยู มรดกโลกแห่งแรกของพม่า. (ออนไลน์). แหล่งที่มา : https://travel.mthai.com/world-travel/87302.html 27 ตุลาคม 2560
Northern NFE. 2560. มรดกโลกในเมียนมาร์ 1 : กลุ่มเมืองโบราณอาณาจักรพยู. (ออนไลน์). แหล่งที่มา : http://aseannotes.blogspot.com/2014/08/blog-post_9.html 27 ตุลาคม 2560
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น